การเที่ยวชมชนเผ่ารัดกุมยิ่งขึ้น เมื่อหนุ่มอเมริกันบุกขึ้นเกาะจนโดนสังหาร

การเที่ยวชมชนเผ่ารัดกุมยิ่งขึ้น เมื่อหนุ่มอเมริกันบุกขึ้นเกาะจนโดนสังหาร

การเที่ยวชมชนเผ่ารัดกุมยิ่งขึ้น เมื่อหนุ่มอเมริกันบุกขึ้นเกาะจนโดนสังหาร

            จากเหตุการณ์ชายหนุ่มอเมริกัน ถูกสังหารด้วยฝีมือชนเผ่าโบราณ ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ บนเกาะเซนทิเนลเหนือในหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งเป็นเขตปกครองของอินเดีย ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรธอินเดีย มีระยะห่างจากประเทศไทยไม่ใกลมาก

จนทำให้รัฐบาลอินเดียวิตกกังวลเกี่ยวกับ “การเที่ยวชมชนเผ่า” ที่แอบลักลอบทำกันในบริเวณหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งชนผ่าโบราณ ที่อาศัยอยู่บนเกาะเซนทิเนลเหนือ นับเป็นชนเผ่าเพียงไม่กี่กลุ่มที่ “ตัดขาด” โลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงมาเป็นเวลาหลายหมื่นปี ที่ได้สังหาร จอห์น อัลเลน โช ชาวอเมริกันวัย 27 ปี ด้วยการยิงธนูใส่

ทางตำรวจอินเดียระบุว่า อัลเลน โช ได้จ้างชาวประมงท้องถิ่น เป็นเงิน 25,000 รูปี หรือประมาณ 11,700 บาท เพื่อให้พาไปยังเกาะเซนทิเนลเหนือ จากรายงานของสื่อหลายสำนักระบุว่า เขาต้องการไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ให้กับชาวเกาะเหล่านั้น

บริเวณหมู่เกาะอันดามัน เป็นที่ตั้งของชนเผ่าโบราณ ที่ต้องอนุรักษณ์ไว้

ชนเผ่าโบราณที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะอันดามัน ซึ่ง “เสี่ยงต่อการสูญพันธ์ มีอยู่ทั้งหมด 5 ชนเผ่า ได้แก่ จาราวา, เซนทิเนลเหนือ, เกรตอันดามัน, อองเก และชอมเพน โดยเฉพาะชนเผ่าจาราวากับเซนทิเนลเหนือนั้น แปลกแยกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

ในทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจำนวนมาก

ด้วยเหตุผลที่เกล่าวไป จึงทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยในทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมราว 5 แสนคน ซึ่งในปีนี้ กระทรวงมหาดไทยของอินเดียได้ออกประกาศละเว้นให้ชาวต่างชาติ ไม่ต้องขอใบอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้าม (restricted area permits–RAP) ในการเดินทางไปเยือนเกาะจำนวน 29 แห่ง

รวมถึงอีก 9 เกาะของหมู่เกาะนิโคบาร์ และอีก 2 เกาะของหมู่เกาะอันดามัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าและชนพื้นเมืองโบราณที่ “เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์” และเกาะเซนทิเนลเหนือก็เป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทางยืนยันคำเดิมว่า นักท่องเที่ยวต้องขออนุญาตจากหน่วยงานประจำเขตพื้นที่ และกรมป่าไม้ หากต้องการเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านั้น

ถึงแม้ทุกวันนี้ จะมีการเที่ยวชมชนเผ่าเกิดขึ้นมากมาย และมีการอ้างอิงอย่างกว้างขวาง จากกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่ม อย่างเช่น เซอร์ไววัล อินเตอร์เนชั่นแนล (Survival International) ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายใหญ่ ที่ออกมาปฏิเสธว่า “ไม่เคยมีการเที่ยวชมชนเผ่าในหมู่เกาะเหล่านี้เกิดขึ้นแต่อย่างใด”