กระบี่รับมือพายุปาบึก งดเที่ยวทะเล ห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง

กระบี่รับมือพายุปาบึก งดเที่ยวทะเล ห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง

กระบี่รับมือพายุปาบึก งดเที่ยวทะเล ห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง

            ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ ออกประกาศห้ามไม่ให้เรือเล็กออกจากฝั่ง เกรงได้รับอันตรายจากความรุนแรงของพายุ “ปาบึก” ส่วนอุทยานต่าง ๆ ได้ประสานงานให้ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว งดเที่ยวทางทะเล

พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ที่ปกคลุมในทะเลจีนใต้ตอนล่าง กำลังเคลื่อนที่เข้ามายังอ่าวไทยตอนกลาง จึงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน ซึ่งส่งกระทบไปยังหลายจังหวัดทางภาคใต้ตอนล่างและภาคใต้ตอนบน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ต้องปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และป้องกันอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ จึงออกประกาศเตือนถึงผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือต่าง ๆ เช่น เรือประมง เรือบรรทุกคนโดยสาร เรือนำเที่ยว โดยเฉพาะเรือที่มีขนาดเล็ก เรือเร็วทุกขนาด และเรือหัวโทง ให้งดออกจากฝั่งในช่วงนี้ ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งแลพคำแนะนำ พร้อมกับติดตามข่าวสารพยากรณ์ทางอากาศ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงเป็นประจำทุกวัน

อุทยานหลายแห่งปิดทำการ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

หลังจากมีประกาศดังกล่าวออกมาไม่นาน ล่าสุดอุทยานแห่งชาติทางทะเลหลากหลายแห่ง เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ก็ได้ขอความร่วมมือต่อผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ให้หยุดกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเลชั่วคราว เพื่อป้องกันการเกิดอุบติเหตุทางทะเล และความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยว

หากมีความเสี่ยงขั้นสูงสุด ประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งอพยพทันที

พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าการจ.กระบี่ เรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมด้วย รปภ.จ.กระบี่ ที่ได้ออกคำสั่งให้จัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ภูเขาสูงชัน หรือพื้นที่เสี่ยงที่เคยเกิดน้ำป่าไหลหลากและโดนดินโคลนถล่ม เช่น ในพื้นที่ อ.เขาพนม อ.อ่าวลึก โดยสั่งการให้ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ติดตามข้อมูลน้ำฝนในรอบ 24 ชม. อย่างใกล้ชิด

หากตรวจพบถึงข้อบ่งชี้ ว่าอาจเกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติ ก็จะสั่งการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยทันที นอกจากนี้ยังฝากให้ทุกคนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. และให้ทุกหน่วยรายงานผลกระทบเป็นระยะ ซึ่งในส่วนของ จ.กระบี่ คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงเช่นกัน ไม่น้อยไปกว่าหลายจังหวัดทางภาคใต้.